วันนี้ขอมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาแล้วกันนะฮะ ^^
เรื่องคืออาทิตย์ที่แล้วป้าของโทชิเสียก็จัดงานศพตามขนบธรรมเนียมประเพณี แน่นอนว่าต้องมีมัคทายกเป็นผู้ดำเนินการเรื่องทั้งหมดฮะ
มัคทายกที่ศาลาของป้าเป็นลุงวัยกลางคนน่าจะอายุห้าสิบกว่าๆ แต่ผมแกยังดำอยู่เลย(ไม่แน่ใจว่าย้อมรึเปล่านะฮะ แต่ไม่น่าจะย้อมนะ) อวบๆ หน้าตายิ้มแย้มเหมือนคนแก่ใจดีทั่วๆไป กิริยาท่าทางนอบน้อม อัธยาศัยดี เป็นกันเอง แต่งตัวเรียบร้อยมากฮะ โทชิเห็นมัคทายกบางคนใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ซึ่งโทชิไม่คิดว่ามันไม่สุภาพนะ แต่ลุงคนนี้ใส่เสื้อซาฟารีกับกางเกงสแลค(เค้าเรียกแบบนี้สินะฮะ?) ทุกวันฮะ...ใส่แบบนี้ทุกวัน
ครั้งแรกที่โทชิคุยกับลุงมัคทายก คือตอนที่โทชินั่งเล่นกับหมาแล้วหมาตัวนั้นก็เป็นหมาที่ลุงเค้าเลี้ยงไว้ ทำนองว่าหมาวัดแต่ลุงชอบมันเป็นพิเศษ ให้ข้าว ให้น้ำ ตลอดอะไรแบบนั้น
ลุงแกก็ถามว่าชอบหมาหรอ? โทชิก็บอกว่าค่ะ หนูชอบเล่นกับหมากับแมว ทีนี้ลุงแกก็ถามอีกว่าไม่กลัวหรอ? นั่นหมาวัดนะ ไม่รังเกียจเลยหรอ? โทชิก็บอกว่าไม่ หมามันก็เหมือนๆกันหมดแหละ ขนาดหมาตัวเก่าหนูเคยเป็นขี้เรื้อนหนูยังเล่นกับมันเลย แต่เรื้อนทั้งตัวหนูก็ไม่ไหวนะ ลุงแกก็ยิ้มๆแล้วก็ลงมานั่งเล่นกับหมาแกแล้วก็ชวนคุยโน่นคุยนี่เรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆ
สวดทั้งหมด 7 คืนฮะ โทชิก็คุยกับลุง เล่นกับลุงบ้างอะไรบ้าง แต่ไม่นานเท่าไหร่เพราะลุงเค้าก็ต้องทำงานในส่วนของเค้าด้วย
คนวันเผา ตอนเลี้ยงพระเช้ารอพระมานานมากเลยฮะ โทชิก็ยืนคุยกับพี่สาวลุงเค้าก็เข้ามาคุยด้วย ทีนี้ไปๆมาๆคุยวกเข้ามาเรื่องผีได้ไงไม่รู้ ฮา
พอยืนคุยกันซักพักลุงเค้าก็ยิ้มๆแล้วก็บอกว่าพวกหนูเป็นเด็กแบบที่ลุงไม่เคยเจอเลย ปกติคนทั่วไปเห็นคนวัดแบบลุงเค้าก็รังเกียจกันหมด...
แล้วลุงเค้าก็ต้องไปรับพระเลยหยุดไว้แค่นั้น แล้วทั้งวันก็ไม่ได้คุยกับลุงอีกเลยจนเผาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลาลุงกลับบ้าน ลุงเค้าก็รับไหว้แล้วก็บอกว่าโชคดี
โทชิก็เล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง แม่เค้าก็ร้องอ๋อแล้วก็เล่าให้ฟัง...
"ลุงเค้าก็เล่าให้แม่ฟังอยู่เหมือนกัน ว่ามีครั้งนึงจัดงานศพนี่แหละ แล้วเจ้าภาพเค้าชวนลุงกินข้าวพร้อมกับแขก พอลุงแกนั่งลงแขกลุกหนีหมดเลย"
"แล้วก็มีอยู่ครั้งนึงเจ้าภาพเค้าให้ข้าวลุงกลับไปกินบ้าน พอลุงกำลังจะเดินออกจากงานก็มีเจ้าภาพคนอื่นเรียกให้เอาข้าวกลับคืนมา ลุงเค้าก็เลยต้องเอาไปคืน"
"ตั้งแต่นั้นลุงก็ไม่เคยกินข้าวกับแขกอีกเลย ขนาดป้าๆเค้าชวนกินข้าวด้วยยังต้องชวนตั้งนานกว่าแกจะยอมมากินด้วย ขนาดเมื่อเช้าตาลเห็นมั้ย? ข้าวที่ถวายพระพุทธน่ะ...ลุงเค้าไม่กินกับข้าวในครัวนะ กินข้าวพระพุทธแทน"
พอโทชิได้ยินแบบนั้น...อึ้งค่ะอึ้ง อึ้งมากๆด้วย
ทำไมหรอคะ? อาชีพมัคทายกวัดน่ารังเกียจตรงไหน? ไม่ได้ว่าใครนะคะแค่อยากจะแสดงความคิดเห็นและอยากให้ลองคิดตาม
โทชิเข้าใจนะคะว่าบางคนก็รังเกียจ เพราะอยู่วัดเขาอาจจะสกปรก หรืออะไรก็ตามอันนี้โทชิไม่ขอพูดแล้วกัน แต่อยากจะบอกว่าต่อให้รังเกียจขนาดไหนแต่ถึงกับเดินหนี ลุกหนี เรียกกลับมาเอาของคืน มันเกินไปหน่อยมั้ยคะ?
ถ้าคุณคิดว่าคุณกับเค้าอยู่คนละชนชั้นล่ะก็...ถ้าคุณเป็นชนชั้นสูงก็ควรจะมีมารยาทอยู่นะคะ อะไรที่ให้เค้าไปแล้วก็ให้เค้าไปเลย ไม่ควรจะเรียกกลับคืนมาแบบนั้น
กลับกัน...ลองคิดว่าเราเป็นเค้า ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราสิคะ เป็นคุณ...คุณจะเสียความรู้สึกมั้ย? ถ้าเป็นโทชิตอบได้คำเดียวค่ะว่ามากๆเลยล่ะ แล้วลองคิดดูนะคะว่าลุงแกอยู่วัดมาตั้งแต่เด็กๆจะเจอเหตุการณ์แบบนี้กี่สิบกี่ร้อยครั้ง?
ไม่ได้สำคัญตัวผิดนะคะ...แต่ที่ลุงเค้าบอกว่าพวกหนูกับญาติๆไม่เหมือนกับที่ลุงเคยเจอ แปลว่าลุงไม่เคยเจอคนที่ชวนกินข้าวพร้อมกับแขกแล้วแขกไม่รังเกียจ อะไรประมาณนั้นรึเปล่า?
ในส่วนพวกญาติๆนะคะ พวกเค้าเป็นคนต่างจังหวัดก็เลยเป็นกันเองกับทุกๆคน ขนาดคนบ้าที่วัดขอกินข้าวด้วยยังให้กินยังพูดเล่นกันได้เลยค่ะ
ส่วนตัวโทชิเอง...โทชิไม่คิดอะไรกับเรื่องที่เค้าอยู่วัดหรือเปล่า ดูท่าทางเค้าสะอาดเรียบร้อย เค้าใจดี อัธยาศัยดี แค่เค้าเป็นคนดีแค่นั้นโทชิก็ไม่เกี่ยงแล้วค่ะว่าเค้าจะเป็นยังไง ^^
เก็บไปคิดนะคะ...ไม่ได้ตั้งใจจะว่ากระทบใครนะ หรือถ้าใครเคยทำแบบนี้ลองเปลี่ยนทัศนคติใหม่ดูมั้ยคะ? ลองเปิดใจให้กว้างๆแล้วจะรู้ว่าไม่ได้น่ารังเกียจเลย กลับกันลุงเค้าสอนเรื่องความเชื่อ เรื่องการจัดการงานศพโน่นนี่ให้โทชิไว้เป็นความรู้รอบตัวด้วย ^^
อ้อ อีกเรื่องนะคะ ที่วัดนั่นมีคนบ้าอยู่คนนึงค่ะ คืนแรกที่โทชิเห็นรู้สึกแกจะโดนหมากัดมาแกเลยหงุดหงิดแต่แกไม่อาละวาดนะ คืนที่สองแกมาช่วยกันเก็บเก้าอี้ค่ะหลังพระสวดจบถือเป็นการไล่แขกไปในตัว(ฮา) อันนี้ไม่แปลกนะถ้าคนจะเดินหนี โทชิก็ทำค่ะเพราะถ้าเราไปทำอะไรไม่ถูกใจเค้าเกิดเค้าทำอะไรเราขึ้นมาทำไง - -"
แต่เค้าก็ดีนะคะ ช่วยเก็บเก้าอี้ เก็บขยะ พอเก็บเสร็จเค้าคงหิวมั้ง ขนมที่แจกแขกที่มาร่วมงานเค้าก็เดินมาสะกิดโทชิตอนนั้นสะดุ้งเลย เค้าก็ชี้ไปที่ขนมโทชิก็พยักหน้าแล้วบอกแม่ แม่จะเดินไปหยิบมาให้แต่เค้าไปหยิบที่แขกวางไว้แล้วก็เดินไปเลยค่ะ...ฮา
คนบ้าจริงๆก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมายนะคะ ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับเค้า...ไม่ไปทำอะไรเค้า เค้าก็ไม่ทำอะไรเราค่ะ(ตามที่โทชิเจอนะ)
สุดท้ายนี้...คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้ เลือกที่จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนได้ค่ะ ไม่ว่าใครก็เกิดมาอยากมีชีวิตดีๆ อยากสวย อยากหล่อ อยากรวย อยากเก่ง อยากฉลาด แต่เลือกไม่ได้ใช่มั้ยคะว่าจะต้องเป็นแบบไหน?
แน่นอนค่ะว่าคนบ้าคนนั้นเค้าก็คงอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ ลุงมัคทายกเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแกเคยเป็นนักบอลของกองทัพอากาศด้วยนะ ภรรยาแกยศนาวาอากาศเอก แต่แกเลิกเล่นบอลแล้วติดยา ทีนี้จะหายแล้วแต่ว่าพยาบาลที่รักษาแกอยู่ไปต่างประเทศเลยไม่ได้รับการรักษา เลยต้องมาอยู่วัดค่ะ
ไม่มีใครเลือกเกิดได้และคงไม่มีใครชอบที่มีคนแสดงกิริยารังเกียจใส่หรอก ลดทิฐิ เปลี่ยนอคติกันซักนิด...สังคมจะได้น่าอยู่ขึ้นนะคะ หันหน้าเข้าหากันแล้วยิ้ม ให้เหมือนกับสมัยก่อน...พวกเราเป็นสยามเมืองยิ้มนี่คะ ^^
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบค่ะ ^^
edit @ 12 Nov 2010 14:08:36 by Toshi
#1 By ~*moonu*~ on 2010-10-13 22:08