[EWAW] Liverpool's stories

posted on 03 May 2013 23:48 by toshi2539 in Commulity
 
เอาฟิคมาแปะ....  /ซับ
 
เป็นเรื่องในความทรงจำของเฟรดค่ะ  เพราะฉะนั้นจะไม่เป๊ะตามประวัติศาสตร์  เพราะมีความทรงจำบางช่วงที่เฟรดสูญเสียไป  อยู่นานๆเข้าจะเริ่มนึกขึ้นมาได้เพราะถูกกระตุ้นเรื่อยๆ  ค่อยๆปลดล็อกไปน่ะ(?)
 
คำเตือน...แอบยาวนะคะ
 
---------------------------------------------
 

เด็กหนุ่มร่างสูงสมส่วนนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ  ดวงตาสีฟ้าใสเหม่อมองสิ่งที่อยู่ ตรงหน้าทว่าไม่ได้โฟกัสไปที่จุดใด


ที่แห่งนี้...มองดูแล้วช่างละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านของเขานัก.....


แล้วจิตใจที่เหม่อลอยก็พาให้เขาหวนคิดไปถึงอดีตที่แสนยาวนาน  ดวงตาสีฟ้าคู่สวยค่อยๆหลับลง

.

.

.

.

“นับตั้งแต่วันนี้เธอคือลิเวอร์พูลนะ...”


เสียงหนึ่งดังขึ้นในความทรงจำ  น้ำเสียงที่ดูเหมือนคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นหูอยู่ในที...


เขาจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูด  เวลส์...?


เด็กน้อยตัวกระเปี๊ยก  ผมสีเข้มจนเกือบแดง  เนื้อตัวมอมแมมเงยหน้ามอง...ใครบางคนที่แสนจะ เลือนรางในความทรงจำ...


ทำไมนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกกันนะ....


“มาอยู่กับฉันสิ...”


มือ ใหญ่ที่ยื่นมาให้พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นสิ่งเดียวที่ลิเวอร์พูลในวัยที่ เพิ่งจะพ้นคำว่า‘ทารก’จำ ได้  มือน้อยๆยื่นออกไปวางบนมือทียื่นมาให้อย่างว่าง่าย...


แต่ไม่นานก็ต้องจากกัน...


ใน ตอนนั้นเอง  สงครามขนาดย่อมๆของไอร์แลนด์กับสก็อตแลนด์ก็เกิดขึ้น  โดยเขาที่อยู่ตรงกลางก็ เจ็บตัวอยู่บ้างบ่อยๆ  ทำให้เขากลายเป็นคนที่ชินกับการเจ็บตัวไปโดยปริยาย...


ตอน หลังเมื่อสงครามเริ่มสงบลง  เขาก็เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับทะเล  การประมง  และ...เมืองท่า...  นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาจำได้แม่นยำในวัยเด็กเล็ก


“ต่อไปนี้ชื่อของเธอคือเฟรดเดอริค”


เสียงของแด๊ดที่เขาจดจำได้แม่นยำเมื่อครั้งแรกที่พบกัน...


“เธอจะเป็นเมืองท่าของพวกเรา”


เฟรดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย...


แต่ความสงบสุขไม่เคยอยู่ได้นาน


“เจ็บ.....” เสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาจากริมฝีปากแตกที่เต็มไปด้วยคราบเลือด  ร่างเล็กของเด็กชายที่ยังไม่เติบโตดีนอนฟุบหน้าอยู่กลางถนน  เสียงกรีดร้องของชาวเมืองเสียดแทง สู่โสตประสาทจนเขาแทบบ้า... เกินกว่าเด็กน้อยคนนึงจะรับได้....


ความเจ็บปวดกลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่แทบจะไหลออกมาเป็นสายเลือด  มือเล็กกำเข้าหากันแน่น จนห้อเลือด...


ต้องลุกขึ้น!


เขาบอกตัวเองแบบนั้น  ร่างเล็กๆกัดฟันฝืนความเจ็บปวดทั้งหมดพยุงตัวเองขึ้นมา  จับเกาะสิ่งของ ข้างทางที่พอจะทำให้เขาสามารถเดินได้


พี่ยอร์ค....พี่แลนซ์......?


ความ ทรงจำที่เลือนรางมากๆ  อาจเพราะตอนนั้นเขายังเด็ก  อาจเพราะหลังจากนั้นมีเหตุการณ์ที่ ทำให้เขาช็อคจนเกือบจะสูญเสียความทรงจำในวัยเยาว์  ทุกสิ่งในสมองจึงขาวโพลน...


เขาจำไม่ได้ว่าใครเลี้ยงดูเขามา...  หรือบางคนที่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน....


มี เพียงแมนเชสเตอร์เท่านั้นที่ยังจดจำได้อย่างแม่นยำ  อาจเป็นเพราะทะเลาะกันมาแทบจะเรียกได้ว่า ตั้งแต่เกิด  มันเยอะเสียจนเขาจำไม่หวาดไม่ไหว  จำได้เพียงว่า...เป็นคู่แข่งที่เรียกได้ว่าตลอดกาล


“หยุดขึ้นภาษีได้แล้ว!  จะหน้าเลือดไปถึงไหนกัน!!”


“ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องจ่าย!  แล้วก็ไม่ต้องส่งของ!!!”


“งั้นฉันจะขุดลอกคลองสำหรับทำการค้า!!!”


“นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!!!!!”


ครั้ง ที่ทะเลาะกันรุนแรงที่สุดเห็นทีจะเป็นตอนปฏิวัติอุตสาหกรรมกระมัง?  เพราะแมนเชสเตอร์ ไม่มีชายหาดแต่กลับเป็นเมืองอุตสาหกรรม  เขาที่เป็นเมืองท่าจึงรับหน้าที่นำสินค้าส่งออกและรับเข้า  เมื่อสบโอกาส...ก็เรียกภาษีแพงๆซะเป็นการแก้แค้นไปอีกทาง


บางทีเขาก็นึกถามตัวเองบ่อยๆเหมือนกันว่าทำไมไม่เลิกทะเลาะกับแมนเชสเตอร์เสียที?


หลาย ครั้งที่คิดจะยุติการทะเลาะเบาะแว้ง  แต่พอเห็นหน้าแมนเชสเตอร์  หรือได้ยินใครพูดถึง  ทิฐิในใจมันก็ก่อตัวขึ้นมาเสียดื้อๆ  ราวกับว่าหากยอมโอนอ่อนให้แม้แต่น้อย...ทุกสิ่งทุกอย่างจะพังทลาย


แต่แมนเชสเตอร์เองก็คงไม่ต่างจากเขากระมัง?  จะไปว่าแมนเชสเตอร์ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก


แม้อยากขอโทษกับเรื่องที่เคยทำไว้ในอดีต...  แต่ทิฐิก็สั่งห้าม  มันเป็นเช่นนั้นมาตลอด เวลาเกือบจะทั้งชีวิตของเขา


ยิ่ง ตอนหลังทีมฟุตบอลของสองเมืองยิ่งไม่ถูกกันเข้าไปใหญ่...  อย่างไรเสียเขาก็รู้อยู่แล้วว่า เรื่องของเขากับแมนเชสเตอร์คงไม่มีทางลงเอยกันเป็นแน่


หลังจากนั้น  เท่าที่พอจะจำได้...ก็เข้าสู่สภาวะสงครามโลกครั้งที่สองกระมัง?


ตอนนั้นตัวเองที่กำลังอายุประมาณ 10 ขวบ...


“เธอจะเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการ Battle of The Atlantic”


เขาจำได้แม่น  ใบหน้าของคนที่เขาเรียกว่า’แด๊ด’เคร่งเครียดเป็นพิเศษ  น้ำเสียงที่แม้จะไม่อ่อนโยน น่าฟังแต่ก็ไม่เคยห้วนขนาดนี้


กระนั้น...  เขาก็พยักหน้ารับโดยไม่โต้แย้ง  และพาตัวเองเข้าสู่สงคราม


“เจ็บ.....” เจ็บจนแทบจะส่งเสียงไม่ได้  ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล  มันยิ่งกว่าเมื่อตอน สงครามกลางเมือง...  เจ็บเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ...


เพราะในเวลานั้น  บ้านเมืองเขาเจริญมาก  นอกจากเมืองหลวงอย่างลอนดอนแล้ว  เขานี่แหละที่ เสียหายเยอะมากที่สุด


มัน ยากเกินกว่าที่เด็กวัยสิบขวบต้นๆจะรับไหว  เมื่อฝืนร่างกายที่มีแต่บาดแผลเงยหน้าขึ้นมองเมือง... ความรู้สึกราวกับว่าจะขาดใจ...ยังไม่อาจมาใช้บรรยายได้


“ไม่....” น้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานานหลายร้อยปี  เพราะเคยชินเสียแล้วกับการเจ็บปวด  บัดนี้ไหลทะลัก ราวกับเขื่อนแตก  เสียงกรีดร้องดังไปทั่วสารทิศประดังประเดเข้ามาจนแทบจะครองสติไว้ไม่อยู่  แม้อยาก ร้องตะโกนสักเท่าไหร่  แต่กลับไม่มีเสียง...


“พอที....”


“หยุดได้แล้ว..............”


แล้วทุกอย่างก็ดำมืดอีกครั้ง...  พร้อมกับความทรงจำเก่าๆที่หายไปจากการช็อค.......


“แด๊ด...ช่วย ผมด้วย....”น้ำเสียงเว้าวอนจากเด็กชายตัวเล็กที่เต็มไปด้วยบาดแผลและสภาพจิต ใจ แย่ลงทุกวัน  อังกฤษเบือนหน้าหนีจากภาพที่ชวนให้น้ำตาไหลตาม


“ขอโทษนะ  เฟรด....”


“รัฐบาลไม่มีนโยบายจะฟื้นฟูเมืองของเธอ....”


“ฉัน...ขอโทษจริงๆ...............”


ราวกับโลกทั้งโลกกำลังจะพังทลาย  อังกฤษหมุนตัวหันหลังเดินจากไป...  ไม่ฟังเสียงที่เขา พยายามตะโกนเรียกแทบจาดใจ...


“แด๊ด!!!”


แม้แต่คนที่รักที่สุด...


แม้แต่คนที่เชื่อใจที่สุด....


คนที่เขายอมให้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต  ก็ทิ้งเขาไปแล้ว.....


โลกนี้ไม่มีที่ให้เขายืนแล้วจริงๆ...


เฟรด ที่บาดเจ็บและบอบช้ำอย่างหนักมองดูเมืองอื่นถูกฟื้นฟูและพ