FIC TMI : JUST ONE KISS

posted on 10 Jan 2014 22:11 by toshi2539 in Fanfic directory Fiction

Title  : Just  one  kiss

Fandom : The  Mortal  Instruments

Pairing : Malec

Rate : PG-13

Author : PuppyToshi

 

“นายไม่โทรกลับหาฉัน”อเล็คจ้องชายตรงหน้าเขม็ง  ช่วงสามสี่วันที่ผ่านเขาโทรหาแม็กนัสหลายรอบ  ส่งข้อความไปเป็นสิบแต่อีกผ่านไม่รับสาย  ไม่ตอบกลับ  และไม่โทรกลับ…  จนกระทั่งวันนี้เขาบุกมาถึงอพาร์ตเม้นท์ของอีกคน  ซึ่ง…กว่าจะเข้ามาได้ก็ทะเลาะกันไปยกนึง

 

ร่างสูงผมดำชี้โด่ชี้เด่ใส่กากเพชรเป็นประกายระยิบระยับ  ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มเครื่องสำอางค์สีสดนั้นดูเบื่อหน่าย  เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขาไม่ติดกระดุมสามเม็ดบนเผยแผ่นอก  และ…บ็อกเซอร์สีชมพูสะท้อนแสง

 

“ฉันไม่อยากจะไปขัดขวางเวลาอันแสนสุขของนายกับเจ้าหนูเหลือเดน”น้ำเสียงห้วนติดจะโกรธ”คราวนี้มาหาฉันมีอะไรล่ะ?  เจ้าหนูเหลือเดนหรือเพื่อนนายคนไหนบาดเจ็บอีกไลต์วู้ด?”

 

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น  แล้วเจซก็ไม่ใช่เจ้าหนูเหลือเดน!”อเล็คกัดฟัน  เริ่มจะโกรธ”นายกำลังกวนประสาทฉัน”

 

“อ้อ  นึกว่านายชอบให้คนยั่วโมโห  เจ้าหนูเหลือเดนนั่นทำบ่อย”แม็กนัสไหวไหล่น้ำเสียงยียวนจงใจเน้นคำว่าเจ้าหนูเหลือเดนให้อีกคนโมโหเล่นๆ

 

“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกเจซว่าเจ้าหนูเหลือเดน!”อเล็คขึ้นเสียงท่าทางโกรธจัด  แต่แม็กนัสกลับคิดว่ามันดูเหมือนแมวน้อยโก่งตัวขู่ฟ่อๆใส่เขาซะอย่างนั้น…”ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้นแต่ฉันโทรหานายแล้วทำไม-นาย-ไม่-รับ!”

 

“ฉันก็บอกไปแล้วไงว่…”ยังไม่ทันที่แม็กนัสจะพูดจบ  เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น  แม็กนัสรับสาย”ฮัลโหล  ว่าไง?”

 

อเล็คยืนกำหมัดพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอย่างอดทน  ขณะคุยโทรศัพท์ดวงตาแมวคู่นั้นก็แอบเหลือบมองมาที่เขาเป็นระยะๆ…

 

“ได้อยู่แล้วพ่อหนุ่มน้อย  นายขอทำไมฉันจะให้ไม่ได้ล่ะ?”แม็กนัสพูดราวกับจงใจให้อีกคนได้ยิน  อเล็คชะงัก  ไม่รอให้บทสนทนาจบเขาก็หมุนตัวกลับเดินออกจากห้องปิดประตูดังปังลับหลังไป

 

“…..”แม็กนัสอึ้งไปแปปนึงแล้วรีบตัดปลายสายอย่างรวดเร็ว  ดูเหมือนว่าเขาจะแกล้งอเล็คแรงไปหน่อย  ร่างสูงรีบสาวเท้าตามอีกฝ่ายไปแต่พอออกจากอพาร์ตเม้นท์เขาก็ไม่พบร่างเล็กของนักล่าเงาแล้ว

 

หายไปไหน?

 

แม็กนัสขมวดคิ้วมุ่นก่อนหลับตา  ใช้คาถาติดตาม  พอเจอเป้าหมายเขาก็รีบตรงดิ่งไปทันที..

.

.

.

.

.

.

.

.

ใช่…เขาเจอของแต่ไม่เจออเล็ค  เขาให้ถุงมือหนังคู่นึงพร้อมกับวาดคาถาติดตามกับอเล็คซึ่งเจ้าตัวแทบไม่ถอดเลยด้วยซ้ำ  บัดนี้เขาพบมันวางทิ้งไว้ที่สวนสาธารณะ  แม็กนัสเก็บมันขึ้นมาแล้วรีบโทรหาอิซาเบลทันที

 

‘อเล็ค?  ไม่อยู่ที่สถาบันหรอก  ก็ออกไปหานายตั้งแต่บ่ายๆแล้วนี่’

 

“อ๋อ…อือ  สวัสดี”แล้วก็ตัดสาย  แม็กนัสเริ่มกระวนกระวาย…  หายไปไหนของเขานะ

 

——————————————-

 

“เจ้าพ่อมดบ้า!  ไอ้งั่ง  งี่เง่า  น่าโมโหที่สุด!”อเล็คเตะกระป๋องน้ำอัดลมเปล่าที่ขวางตรงหน้าไปไกลๆ  เขากำลังเดินอยู่ในซอกตึกแห่งหนึ่ง  เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากอพาร์ตเม้นท์ของแม็กนัส  ผ่านสวนสาธารณะ  ทิ้งถุงมือที่อีกคนให้มาเพราะมันทำให้นึกถึงคนให้…  แล้วก็เดินเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมาย

 

ใกล้ค่ำแล้วแฮะ..

 

อเล็คหยุดยืนมองท้องฟ้าพลางถอนให้ใจ  จากอารมณ์โกรธกรุ่นเมื่อครู่นี้เริ่มจะเปลี่ยนเป็นความน้อยใจ  โทรศัพท์นั่น….ทั้งๆที่แม็กนัสไม่รับสายเขาตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา  แต่กลับรับสายคนอื่นแถมยังพูดจาแบบนั้นอีก

 

“…โธ่เว้ย!”

 

โครม!

 

ถังขยะใบโตถูกเตะจนล้ม  ฝาถังขยะปลิวไป  และ…

 

“โอ๊ย!”โดนหัวใครบางคนเข้าซะแล้ว…

 

“ชิบหาย….”อเล็คอุทานแล้วรีบวิ่งไปดู  ใครจะไปรู้กันล่ะว่าในซอกตึกมืดๆอับๆแบบนี้จะมีคนอยู่แถวนี้ด้วย”ขอโทษครับ  ผมไม่เห็น..เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ?”

 

“เป็นสิ!”คนๆนั้นหันกลับมาแยกเขี้ยวยาวผิดมนุษย์ใส่  ใบหน้าขาวซีดจนเห็นเส้นเลือด  รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบบสมัยโบราณ  มือซีดลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีซีดแต่มีเลือดไหลออกมา…ผีดูดเลือด

 

“ขอโทษจริงๆ  ผมไม่รู้ว่ามีคนอยู่ตรงนั้น”อเล็คลนลาน  แบบนี้ถือว่าละเมิดพันธไมตรีมั้ย?  ถึงเขาจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามแต่อีกฝ่ายก็บาดเจ็บ  ผีดูดเลือดไม่ชอบนักล่าเงา  และหากจะเอาเรื่องคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

 

“เลยเดินเที่ยวเตะถังขยะไปทั่วเหรอเจ้าหนูเนฟิลิม?  เตรียมตัวโดนดีได้เลย!”ผีดูดเลือดแยกเขี้ยวแล้วพุ่งหาอเล็คอย่างรวดเร็ว  เขาเบี่ยงตัวหลบเอื้อมมือไปด้านหลังจะหยิบอาวุธแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไม่ได้พกอะไรมาเลยเพราะกะว่าจะไปหาแม็กนัส…  นี่เขาประมาทมาก

 

“ก็ขอโทษไง  บอกว่าไม่ได้ตั้งใจน่ะ!”อเล็คหันไปหยิบฝาถังขยะเจ้ากรรมขึ้นมากันหมัดจากผีดูดเลือดพลางคิดหาทางหนีทีไล่  ตรอกนี้แคบและมืด…  หากวิ่งไวพอคงออกจากตรอกนี้ไปตรงที่ๆมีแสงแดดได้ก็คงจะรอดตัว  อเล็คเตะถังขยะที่อยู่ข้างๆให้ล้มถ่วงเวลาไว้แล้วหมุนตัววิ่งหาทางออกทันที

 

“จะไปไหนหนูน้อย?”ผีดูดเลือดอีกตนดักหน้าอเล็คตอนไหนไม่ทราบ  ใบหน้าหวานตื่นตระหนก  ตอนนี้ทางหนีสองทางถูกบีบเข้ามา..อีกทางทีหนีได้คือกระโดดไปดาดฟ้าของตึก  แต่จากพื้นดินเนี่ยนะ?  เขาไม่ใช่ยอดมนุษย์แบบเจซซักหน่อย!

 

“นายหนีไม่รอดแล้ว”ผีดูดเลือดผู้เคราะห์ร้ายในตอนแรกแสยะยิ้มเหี้ยมย่างสามขุมเข้ามาใกล้  อเล็คเม้มปากแน่น…ทำยังไงดี

 

ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง  อยู่ๆรอบๆตัวของอเล็คก็ปรากฎกำแพงไฟสีน้ำเงินขึ้น  สองผีดูดเลือดชะงักแล้วมองไปรอบๆอย่างงุนงงระคนตื่นตระหนก  แม้แต่อเล็คก็ด้วย..  แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งอก  เขารู้ดีว่านี่เป็นฝีมือของใคร

 

“ถอยห่างจากคนของฉันซะ”เสียงเรียบนิ่งแฝงโทสะที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมเจ้าของเสียง  มันคงจะดูเท่กว่านี้ถ้าแม็กนัสสวมกางเกงดีๆไม่ใช่บ็อกเซอร์สีชมพูสะท้อนแสงแสนแฟบูลัสนั่น

 

“คนของนายมาหาเรื่องเราก่อน!  เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายพ่อมด  ถอยไปซะ!”ผีดูดเลือดตนหนึ่งตะคอก  แม็กนัสแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างชัดเจน

 

“เขาไม่ได้ตั้งใจไม่ใช่รึไง?  อีกอย่างแผลแค่นั้นไม่สะเทือนพวกนายซักนิด  นั่นไง…เลือดหยุดไหลแล้ว”แม็กนัสชี้หัวอีกคนที่แผลหายอย่างรวดเร็วเพราะความสามารถของผีดูดเลือด

 

“แต่ตอนโดนมันเจ็บนะเฟ้ย!”

 

“ถ้านายยังไม่ไปตอนนี้นายจะเจ็บยิ่งกว่านี้อีก”น้ำเสียงแม็กนัสข่มขู่  ไฟสีน้ำเงินปรากฎที่ปลายนิ้วทั้งสิบบ่งบอกว่าเขาเอาจริงถ้าอีกฝ่ายไม่ฟัง  ผีดูดเลือดมองอย่างระแวง  การจะสู้กับพ่อมดโดยใช่เหตุนั้นเป็นเรื่องที่โง่เง่า  สองผีดูดเลือดส่งสายตาให้กันก่อนจะผละออกไป

 

กำแพงไฟสีน้ำเงินหายไปเมื่อสองผีดูดเลือดจากไปแล้ว  ร่างสูงจ้องมองอีกคนเงียบๆด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่กำลังรอให้เด็กดื้อสารภาพความผิด  อเล็คเสหลบหน้า

 

“นายรู้มั้ยว่าฉันหานายแทบแย่?”แม็กนัสเริ่ม  น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยอารมณ์โกรธกรุ่น”แล้วฉันจะไม่โกรธขนาดนี้ถ้านายไม่ถอดถุงมือทิ้ง  แล้วออกจากสถาบันนี่ไม่คิดจะพกอาวุธหน่อยรึไง?  ถ้าฉันมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ??”

 

“เออ!  ฉันถอดทิ้งเพราะนายให้มา  ฉันออกจากสถาบันแล้วไม่ได้หยิบอะไรติดมาเพราะกะว่าแค่จะมาหานาย…แต่นาย!  นายมันไอ้พ่อมดบ้า!  ไอ้พ่อมดงั่ง!  นายไม่รับสายฉัน  ไม่โทรกลับหาฉัน  แต่นายรับสายคนอื่นแถมยัง…”คำพูดสะดุดอยู่ในลำคอ  ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง

 

“ยังอะไร?”แม็กนัสเลิกคิ้ว

 

“นาย…นายใช้คำพูดคำจาสนิทสนมอย่างกับ..อย่างกับว่า…”เป็นแฟน คำหลังไม่ถูกเอ่ยออกไป  น้ำเสียงของอเล็คเกือบจะตัดพ้อ

 

“อย่างกับว่าอะไร?”แม็กนัสถามเสียงเรียบติดจะเย้าแหย่  ใช่ว่าไม่รู้ว่าอีกคนจะพูดอะไรแต่เขาก็แค่อยากจะแกล้งอีกฝ่ายเล่นเท่านั้นเอง

 

แม็กนัส  เบน!!

 

อเล็คคำรามในใจ…ทำได้แค่คำรามในใจอย่างเหลืออด  ทั้งหงุดหงิดทั้งน้อยใจ  เขาทำอะไรไม่ถูก…  อเล็คจัดการกับความรู้สึกไม่เก่ง  ไม่เก่งเลยจริงๆ

 

“ว่าไ—-  เฮ้ย!”เสียงของจอมพ่อมดแห่งบรู๊คลินขาดช่วงไปเมื่ออเล็คปาฝาถังขยะใส่จนเขาหลบแทบไม่ทัน  ร่างโปร่งหมุนตัวกลับไปอีกทางทำท่าจะเดินจากไปอย่างหงุดหงิด  แม็กนัสรีบคว้าต้นแขนอีกคนไว้

 

“เฮ้!  เดี๋ยวสิจะไปไหนน่ะ?”แม็กนัสมุ่นคิ้ว”นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะอเล็กซานเดอร์”

 

“ฉันหึง!  จบมั้ย!?”อเล็คหันมาตวาด  เขารู้สึกน้ำเสียงตัวเองสั่นแม้จะพยายามไม่ให้มันเป็นอย่างนั้นก็ตาม”นายพูดอย่างกับหมอนั่นเป็นแฟนนาย  ทั้งๆที่แฟนนาย…มันฉัน  นายไม่รับสายฉัน!  ไม่โทรกลับไม่ตอบข้อความแต่นายกลับ…รับสายคนอื่น…”

 

เสียงตวาดตอนแรกแผ่วลงจนหน้าใจหาย  อเล็คยืนนิ่งก้มหน้าลงต่ำ  เรือนผมนุ่มสีดำทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงปิดบังใบหน้าของอีกคน  ท่าทางเศร้าเสียใจอย่างจริงจังนั้นทำให้แม็กนัสรู้สึกผิดที่แกล้งอีกคนแรงไป  เขาดึงอเล็คเข้ามาในอ้อมกอดซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนเพียงแค่ซบลงกับไหลล่กว้าง

 

“ขอโทษ…ฉันแค่จะแกล้งนายเฉยๆ”แม้กนัสเอ่ย  น้ำเสียงสำนึกผิดระคนอ่อนโยน”ช่วงนี้นายมัก…มักจะอยู่กับเจซเสมอๆ  โอเค  ยอมรับก็ได้ฉันงี่เง่า  ฉันผิดเอง  ฉันไม่น่าประชดนายแบบนั้นฉันขอโทษ…”

 

“….”อเล็คอึ้ง  พูดไม่ออก”นายหึงฉันกับเจซ?”

 

“จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิด”

 

“นายนี่…ฉันไม่ได้ชอบเจซ”อเล็คส่ายหน้า

 

“นายเคยชอบ”แม็กนัสย้ำ  ชัดถ้อยชัดคำ

 

“ไม่…  ฉันคิดว่าไม่  เจซบอกว่าฉันคิดไปเอง  อาจเพราะเราผูกพันกัน  เป็นสหายศึก  และอยู่ใกล้เจซทำให้รู้สึกปลอดภัย”อเล็คตอบชัดถ้อยชัดคำ”และฉัน…ฉัน….”

 

“นายทำไม?”แม็กนัสเลิกคิ้ว  ผละออกมานิดหน่อยพอให้เห็นหน้าอีกคน  อเล็คกำลังหน้าแดง  ก้มหน้างุด  ขยี้ชายเสื้อสเวทเตอร์สีดำซีดแบบที่ชอบทำเวลาประหม่า

 

“ฉันเป็นแฟนนาย…  และ…และฉันรักนาย”อเล็คพูดเสียงแผ่วทว่าชัดเจนและหนักแน่น  ดวงตาสีเขียวทองเบิกกว้างนิดๆก่อนที่พ่อมดตาแมวจะคลี่ยิ้มดีใจ  ไม่บ่อยนักที่อเล็คจะบอกรัก  อันที่จริงแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำ

 

“เรื่องนั้นฉันรู้  ขอโทษที่ฉันออกจะงี่เง่าไปบ้าง”แม็กนัสเอ่ย  น้ำเสียงอ่อนโยน  ริมฝีปากกระจับได้รูปไล้ริมฝีปากนุ่มอย่างอย่างอกเอาใจ”แต่นั่นเพราะฉันรักนาย…  รักนายมาก…  มากกว่าที่คิด  มากกว่าที่นายรู้”

 

แล้วเขาก็กดริมฝีปากลง  อเล็คเงยหน้าเล็กน้อยให้สัมผัสรสจูบหวานได้ถนัดยิ่งขึ้น  มือเรียวยกขึ้นโอบรอบคออีกคนแล้วจูบตอบ  เพียงแค่นี้…ความโกรธ  ความน้อยใจ  ทุกๆอย่างที่สะสมมาก็พลันสลายไปด้วยจูบเพียงจูบเดียว  จากคนที่รัก…ก็ดูเหมือนไม่มีเรื่องอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจอีกต่อไป

 

แค่จูบเดียว…

 

End—————————-

 
ฟิคมาเลค...  แฟนด้อม TMI ที่ทำลายชีวิตเราทำให้เราเข้าสู่วังวนแห่งแฟนเกิร์ล  แงงงง
ใครตามทวิตเราคงรู้ว่าติ่งมาก  ฮอลลลลล  ก็อดฟรีย์ขราาาาาาาา
/โดนตบกลับไป

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากเลยค่า
อยากอ่านฟิกmalecภาษาไทยเหมือนกัน
น่ารักมากเลยค่า

#6 By สายป่าน (27.55.41.53|27.55.41.53) on 2014-01-28 20:52

อ๊ายยยย อยากจะบอกว่านั่งอ่านแล้วอมยิ้มทั้งเรื่อง จนพี่สาวบอกว่าบ้า 55555555+ ชอบมาเลยค่ะ แม็กนัสง้อได้แบบ....#ฟินนน!!! อเล็กชีแกก้อมุ้งมิ้งมากก 45555555+ ฟิคของคู่นี้มีน้อยมากเลยย ดีใจที่เจอค่ะ ><

#5 By magnas (110.49.226.221|110.49.226.221) on 2014-01-27 17:40

อ๊ายยยย อยากจะบอกว่านั่งอ่านแล้วอมยิ้มทั้งเรื่อง จนพี่สาวบอกว่าบ้า 55555555+ ชอบมาเลยค่ะ แม็กนัสง้อได้แบบ....#ฟินนน!!! อเล็กชีแกก้อมุ้งมิ้งมากก 45555555+ ฟิคของคู่นี้มีน้อยมากเลยย อยากอ่านอีกค่ะ ดีใจที่เจอ ><

#4 By magnas (110.49.226.221|110.49.226.221) on 2014-01-27 17:40

อ๊ายยยย อยากจะบอกว่านั่งอ่านแล้วอมยิ้มทั้งเรื่อง จนพี่สาวบอกว่าบ้า 55555555+ ชอบมาเลยค่ะ แม็กนัสง้อได้แบบ....#ฟินนน!!! อเล็กชีแกก้อมุ้งมิ้งมากก 45555555+ ฟิคของคู่นี้มีน้อยมากเลยย อยากอ่านอีกค่ะ ดีใจที่เจอ ><

#3 By magnas (110.49.226.221|110.49.226.221) on 2014-01-27 17:38

อ๊ายยยย อยากจะบอกว่านั่งอ่านแล้วอมยิ้มทั้งเรื่อง จนพี่สาวบอกว่าบ้า 55555555+ ชอบมาเลยค่ะ แม็กนัสง้อได้แบบ....#ฟินนน!!! อเล็กชีแกก้อมุ้งมิ้งมากก 45555555+ ฟิคของคู่นี้มีน้อยมากเลยย ดีใจที่เจอค่ะ ><

#2 By magnas (110.49.226.221|110.49.226.221) on 2014-01-27 17:36

กรี๊สสสส ฟิค Malec ภาษาไทยยยย
ดีใจที่ได้อ่านฟิคคู่นี้อีกเรื่องที่เป็นภาษาไทยค่าา
ความหวานแหววมุมิ..นี่มันอะไรกัน!! ถ้าเป็นไปได้ช่วงแต่งอีกเถอะนะคะ

#1 By Mint (58.11.58.69|58.11.58.69) on 2014-01-26 13:36